อยากเรียนรู้เพิ่มเติม
ดูเลย! ฟรี 6 หัวข้อ
ยังไม่ต้องเสียตัง อ่านดูก่อนว่า "ใช่" ไหม
ยังไม่ต้องเสียตัง อ่านดูก่อนว่า "ใช่" ไหม
อยากเรียนรู้เพิ่มเติม
การลงทุน คือการเอาเงินของคุณ "ไปทำงาน" แทนคุณ
แทนที่เงินจะนอนนิ่งอยู่ในบัญชี คุณนำมันไปซื้อสินทรัพย์ที่มีโอกาสเติบโต เช่น
แต่ละสินทรัพย์ให้ผลตอบแทนและความเสี่ยงต่างกัน — ไม่มีสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่ดีสุดสำหรับทุกคน ขึ้นอยู่กับเป้าหมายและสถานการณ์ของคุณ
"ไม่ลงทุน" ก็มีความเสี่ยงเหมือนกัน
หลายคนคิดว่า "ไม่ลงทุน = ปลอดภัย" แต่นั่นไม่จริง
เงินเฟ้อในไทยเฉลี่ยอยู่ที่ 2–3% ต่อปี แปลว่าถ้าวันนี้คุณมี 100 บาท ปีหน้าเงินก้อนนั้นจะซื้อของได้แค่ 97–98 บาท โดยที่คุณไม่ได้ใช้เลยแม้แต่บาทเดียว
ทิ้งไว้ 10 ปี? เงิน 100,000 บาทของคุณจะมีอำนาจซื้อเหลือแค่ราว 80,000 บาท — หายไปเฉยๆ 20% โดยไม่รู้ตัว
การลงทุนไม่ใช่เรื่องของคนรวย หรือคนที่เรียนการเงินมา มันคือทักษะและตวามรู้ที่ทุกคนควรมี โดยเฉพาะถ้าคุณอยากให้ชีวิตในอีก 10–20 ปีข้างหน้ามีความมั่นคง
เพียงคุณมีบัตรประชาชน บัญชีธนาคาร และ เงินที่จะนำไปลงทุน คุณก็สามารถเริ่มลงทุนได้แล้ว!
แต่สิ่งอื่นที่ผมแนะนำให้คุณเตรียมพร้อมก่อนการลงทุณคือ:
เมื่อคุณมีทุกสิ่งที่ควรเตรียมพร้อมแล้ว ช่องทางการลงทุนมีหลายทางเลือก
ผมขอสรุปเป็นสามทางหลักๆ ที่เรามักเห็นคนลงทุนคือ:
แต่ละช่องทางมีข้อดีและข้อเสียเช่นเดียวกัน แต่สำหรับมือใหม่ที่อยากจะเริ่มลงทุณ ผมแนะนำให้เปิดพอร์ตกับโบรกเกอร์ในไทยก่อน เพราะว่าแอปพลิเคชั่นนั้นๆใช้ภาษาไทย มีทีม support ภายในประเทศ และ สินทรัพย์ที่ซื้อได้ก็เพียงพอสำหรับการเริ่มต้นสร้างพอร์ตที่ดี
การตัดสินใจว่าเดือนนึงคุณจะนำรายได้ไปลงทุณเท่าไหร่เป็นการตัดสินใจที่ส่วนตัวจริงๆ
เรามักจะได้ยินสูตรเช่น 50/30/20 ซึ่งเอ่ยว่า:
ส่วนตัว ผมแนะนำให้ท่านดูเป็น Net Savings Rate ไปเลยทีเดียว
Net Savings Rate (NSR) คืออะไร?
NSR คืออัตราการออมของคุณ ซึ่งคำนึงถึง 2 ปัจจัย หลักๆ ได้แก่
หากคุณมีรายได้เดือนละ ฿25,000 (ยังได้รับการยกเว้นจากการหักภาษีอยู่) และคุณออมเงินไว้ลงทุน ฿5,000 ต่อเดือน
ตัวอย่างที่ 1: ออมได้ ฿5,000 ต่อเดือน
NSR = 5,000 / 25,000 = 0.20
0.20 × 100 = 20%
นั่นหมายความว่าอัตราการออม (NSR) ของคุณคือ 20%
หากเดือนไหนคุณใช้เงินมากกว่าปกติและนำเงินไปลงทุณ ฿3,000 ในเดือนนั้น
ตัวอย่างที่ 2: ออมได้ ฿3,000 ต่อเดือน
NSR = 3,000 / 25,000 = 0.12
0.12 × 100 = 12%
NSR ของคุณคือ 12% นั่นเอง
ทำไมผมอยากให้คุณคำนึงถึง Net Savings Rate เป็นหลัก?
Net Savings Rate หรือ อัตตราการออมเป็นการคำนวนตัวเลขที่ง่าย เพราะมันคำนึงถึงแค่สองปัจจัยหลักๆคือ รายได้ของคุณ และ เงินที่คุณนำไปลงทุน
มันทำให้คุณเปรียบเทียบการเก็บออมระหว่างเดือนต่อเดือนได้อย่างง่ายและชัด
เมื่อคุณมีตัวเลขเปรียบเทียบระหว่างเดือนต่อเดือนคุณจะเห็น pattern ส่วนตัวของคุณ และการสังเกตุ pattern นี้ย่อมนำมาพัฒนาพฤติกรรมการลงทุนของคุณได้ นั่นเอง
Net Savings Rate ของฉันควรจะอยู่ใน range เท่าไหร่?
หากคุณยังไม่มีประสบการณ์การบริหารการเงินส่วนตัวมาก คุณสามารถเริ่มต้นการเก็บออมที่ 5% หรือ 10% ก็ได้
สิ่งที่สำคัญคือการพัฒนาทักษะและวินัยในการบริหารรายรับของตัวเอง
เพียงคุณเก็บและนำไปลงทุนได้เดือนละ ฿2,000 อย่างสม่ำเสมอก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ยอดเยี่ยมแล้ว
หลังจากนั้น เรามาค่อยๆ optimize อัตราการออมของคุณได้
จากเดือนละ 10% เราค่อยๆขยับไปจาก 10%>20%>30%>40% ได้
และคุณจะเห็นพอร์ตโฟลีโอของคุณโตไปพร้อมๆกับวินัยการเงินของคุณ อย่างน่าประทับใจ
ก่อนการลงทุณใดๆทั้งสิ้น คุณควรประเมินความเสี่ยงที่คุณสามารถรับได้ก่อน.
หากคุณไม่เคยมีประสการณ์การลงทุณมาก่อน การลงทุนกับกลุ่มสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงอาจจะดูยั่วยวน เพราะมันได้กำไรเยอะ อันนี้เข้าใจได้เพราะใครๆก็อยาก “เห็นผล” เร็วๆ
แต่การเริ่มต้นแบบนี้เป็นวิธีที่ตึงเกินไปสำหรับมือใหม่
แม้ว่าคุณจะกำไรก็ตาม แต่วิธีการลงทุนแบบเก็งกำไรจะสำหรับมือใหม่มักจะไม่สร้างทักษะและวินัยการเงินพื้นฐานที่จะทำให้คุณมั่นคงในระยะยาวได้
ในทางกลับกัน การ play safe อาจจะรู้สึกปลอดภัยในปัจจุบัน แต่ในระยะยาวคุณอาจจะรู้สึกพลาดโอกาสในการหลีกเลี่ยงความเสี่ยงอย่างมากเกินไปก็เป็นได้
ผมแนะนำให้มือใหม่เดินสายกลาง เน้นสร้างวินัยและความรู้ เพื่อที่จะหาคำตอบให้ตัวเองได้ว่ากลยุทธ์การลงทุนแบบไหนที่เหมาะกับตัวเองอย่างแท้จริง
สินทรัพย์ที่ถือว่าไม่ตึงเกินไปและไม่หย่อนเกินไปคือ กองทุนรวม และ ETF นั่นเองเพราะเหตุดังนี้:
เมื่อคุณเป็นมือใหม่ คุณควรเริ่มจาก basic ก่อน เมื่อคุณเข้าใจพื้นฐานการลงทุนมากขึ้นแล้ว คุณจะสามารถเลือกทางเลือกที่เหมาะสำหรับคุณมากขึ้นได้อีกที
ถ้าคุณอายุ 20 และเริ่มลงทุน ฿3,000 ต่อเดือน วันนี้เลย ในกองทุนที่ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 7% ต่อปี — ซึ่งใกล้เคียงกับผลตอบแทนระยะยาวของดัชนีหุ้นโลกอย่าง MSCI World และ ACWI
เมื่อคุณอายุ 30 พอร์ตของคุณจะมีมูลค่าประมาณ ฿519,254
โดยที่คุณใส่เงินไปเองแค่ ฿360,000 เท่านั้น
ส่วนที่เหลืออีก ฿159,254 — ไม่ได้มาจากเงินเดือนคุณ ไม่ได้มาจากการทำงานล่วงเวลา มันมาจากดอกเบี้ยทบต้นที่ทำงานให้คุณตลอด 10 ปี
แต่ถ้าคุณถือต่อไป สิ่งที่เกิดขึ้นน่าทึ่งมาก
| อายุ | เงินที่คุณใส่เข้าไปทั้งหมด | มูลค่าพอร์ต | กำไรจากดอกเบี้ยทบต้น |
|---|---|---|---|
| 20 | ฿0 | ฿0 | ฿0 |
| 25 | ฿180,000 | ฿214,779 | ฿34,779 |
| 30 | ฿360,000 | ฿519,254 | ฿159,254 |
| 35 | ฿540,000 | ฿950,887 | ฿410,887 |
| 40 | ฿720,000 | ฿1,562,780 | ฿842,780 |
| 45 | ฿900,000 | ฿2,430,215 | ฿1,530,215 |
| 50 | ฿1,080,000 | ฿3,659,913 | ฿2,579,913 |
| 55 | ฿1,260,000 | ฿5,403,164 | ฿4,143,164 |
| 60 | ฿1,440,000 | ฿7,874,440 | ฿6,434,440 |
สมมติฐาน: ลงทุน ฿3,000/เดือน ผลตอบแทนเฉลี่ย 7%/ปี ไม่มีการถอนเงินระหว่างทาง
ตอนอายุ 60 คุณใส่เงินไปทั้งหมด ฿1,440,000 ตลอด 40 ปี
แต่พอร์ตมีมูลค่า ฿7,874,440
แปลว่าเงินเกือบ ฿6,434,440 — หรือกว่า 80% ของพอร์ตทั้งหมด ไม่ได้มาจากคุณเลย มาจากดอกเบี้ยทบต้นล้วนๆ
และสังเกตดูว่าพอร์ตโตเร็วขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงหลัง — จาก 20 ถึง 40 พอร์ตโตไปประมาณ ฿1.5 ล้าน แต่จาก 40 ถึง 60 โตไปอีกกว่า ฿6.3 ล้าน ในเวลาเท่ากัน นี่คือสิ่งที่คนเรียกว่า "Snowball Effect" — ยิ่งก้อนใหญ่ขึ้น ยิ่งโตเร็วขึ้น
ตัวเลขเหล่านี้คือการจำลอง ไม่ใช่การรับประกัน ตลาดมีขึ้นมีลง บางปีอาจได้มากกว่า 7% บางปีอาจติดลบ แต่นั่นคือเหตุผลที่เราลงทุนระยะยาว — เพราะระยะเวลาช่วยปรับให้ความผันผวนระยะสั้นเรียบขึ้นเสมอ
สิ่งที่ตารางนี้บอกไม่ใช่ตัวเลขที่แม่นยำ 100% แต่คือ ทิศทางและขนาดของผลลัพธ์ เมื่อคุณลงทุนอย่างสม่ำเสมอและอยู่ในตลาดนานเพียงพอ
สิ่งที่สำคัญคือระยะเวลาที่อยู่ในตลาด
หากท่านมอบพอร์ตนี้ให้ลูกให้หลาน และ บ่มเพาะอุปนิสัยการลงทุนที่เสถียรและไม่เร่งรัดให้เขา เงิน 100 ล้านก็เป็นจริงได้
นอกเสียจากเหตุฉุกเฉินจริงๆอย่างไม่มีทางเลือกอื่น การถอนเงินออกจากพอร์ตที่สมเหตุสมผลคือการถอนที่วางแผนไว้ล่วงหน้า
ในข้อเท็ดจริง เราควรมีกองทุนสำรองที่จะหยิบออกมาใช้ได้
สำหรับคนที่มีรายได้ ฿25,000 ต่อเดือน ผมแนะนำให้มีเงินสำรอง ฿100,000
ทำไม ฿100,000? เพราะค่าใช้จ่ายจำเป็นจริงๆ ต่อเดือนของคุณอยู่ที่ประมาณ ฿15,000–20,000 เงิน ฿100,000 จึงครอบคลุมได้ประมาณ 5–6 เดือน หากคุณประสบสถานการณ์ที่คาดไม่ถึง ไม่ว่าจะเป็นตกงาน เจ็บป่วย หรือค่าใช้จ่ายฉุกเฉินที่ไม่ได้วางแผน
เงินก้อนนี้ไม่ใช่เงินลงทุน ไม่ต้องเอาไปหาผลตอบแทน แค่เก็บไว้ในบัญชีออมทรัพย์ธรรมดา ให้เข้าถึงได้ง่ายเมื่อจำเป็น
ง่ายมาก — แค่ปรับนิดเดียว
แทนที่จะลงทุน ฿3,000 ต่อเดือนทั้งหมด ให้แบ่งเป็น
พอร์ตยังคงโตต่อไป และกองทุนฉุกเฉินของคุณก็ค่อยๆ แข็งแรงขึ้นทุกเดือน ทั้งสองอย่างเดินหน้าพร้อมกัน
ดึงออกมาใช้ได้เลย — นั่นคือวัตถุประสงค์ของกองทุนนั้น
แต่หลังจากนั้น ขอให้เติมเงินกลับเข้าไปให้คงที่เดิม — ฿100,000 — แล้วค่อยกลับไปลงทุนเต็ม ฿3,000 ตามเดิม
ระหว่างที่เติมเงินกลับอยู่ ก็แค่ปรับการจัดสรรชั่วคราวเป็น
พอร์ตไม่ถูกแตะเลย ดอกเบี้ยทบต้นทำงานต่อไปโดยไม่สะดุด และคุณก็กลับมามีเงินสำรองตามเดิม
กองทุนฉุกเฉิน/สำรองมีหน้าที่ปกป้องคุณและพอร์ตของคุณเมื่อถึงคราวต้องใช้เงินแบบไม่ได้คาดมาก่อน ด้วยวิธีนี้ พอร์ตของคุณก็จะเติบโตต่อเนื่อง ทั้ง มั่นคง และ มั่งคั่ง